วันเสาร์, กันยายน 26, 2020
หน้าแรก สอนเทรด Forex เบื้องต้น

สอนเทรด Forex เบื้องต้น

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นเทรด Forex ปัจจุบันสามารถหาความรู้ได้จากสื่อออนไลน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น YouTube หรือเว็บไซต์ เช่นเดียวกันกับทางศูนย์ฝึกอบรมอินดี้ เทรดเดอร์ (Indy Trader) ที่ให้ความรู้ด้านการลงทุนและสอน Forex เบื้องต้นฟรี ผ่านทางเว็บไซต์ IndyForex.com โดยมีเนื้อหาที่เข้าใจง่าย ทุกคนสามารถเข้าใจได้โดยที่ไม่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงหรือไม่จำเป็นต้องมีความรู้ใดมาก่อนเลย อีกทั้งยังมีส่วนของเนื้อหาการเรียนทางเพจกลุ่มปิดเฉพาะที่สามารถหาความรู้เบื้องต้นได้ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง โดยสามารถพูดคุยถามตอบกับเจ้าหน้าที่และอาจารย์ผู้สอนได้จึงแตกต่างจากคอร์สเรียน Forex ฟรีทั่วไป

พื้นฐานการเทรด Forex

มือใหม่ที่อยากลงทุนใน Forex ควรเริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูล เพื่อที่เราจะได้มีความรู้ความเข้าใจ เนื่องจากการเทรด Forex นั้นถือว่าเป็นอาชีพอีกอาชีพหนึ่งที่ต้องมีในเรื่องของการใช้เงินลงทุนมาเกี่ยวข้อง หากเราเข้าใจในพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำกำไร ความเสี่ยง ความเข้าใจตลาดที่ถูกต้อง ก็จะนำไปสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพที่ทำกำไรได้อย่างยั่งยืน ลดการสูญเสียเงินให้กับตลาดได้อีกด้วย

สิ่งที่ควรรู้เมื่อเริ่มต้นเทรด Forex

  1. Forex คืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร? เนื่องจาก Forex ถือเป็นการลงทุนประเภทหนึ่ง เราจึงจำเป็นต้องทราบก่อนว่าสิ่งที่เรากำลังจะลงทุนนั้นคืออะไร มีรายละเอียดอย่างไรและมีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง
  2. ข้อดี ข้อเสีย ทุกการลงทุนย่อมมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป สำหรับการลงทุน Forex เองก็เช่นกัน ผู้ลงทุนควรศึกษาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียเพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าควรลงทุนหรือไม่
  3. เวลาเปิด-ปิดของตลาด ตลาด Forex เป็นตลาดที่มีเวลาเปิด-ปิดต่างจากตลาดหุ้น และเกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศจึงทำการซื้อขายได้ตลอด 24 ชม. เฉพาะในวันจันทร์-ศุกร์ ถือเป็นจุดสำคัญที่นักเทรดมือใหม่ควรทราบ
  4. คำศัพท์ต่าง ๆ ในการเทรด Forex นั้น มีคำศัพท์เฉพาะอยู่หลากหลายคำที่อาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน นักเทรดมือใหม่ควรเรียนรู้คำศัพท์ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจความหมายและช่วยให้เทรดได้อย่างไหลลื่นมากยิ่งขึ้น
  5. การเปิดบัญชีซื้อขาย Forex ในการเปิดบัญชีจำเป็นต้องเปิดกับโบรกเกอร์ที่ให้บริการ โดยควรเลือกใช้โบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ มีใบรับรองจากองค์กรชั้นนำและมีบริการให้ความช่วยเหลือที่ติดต่อได้ง่าย
  6. การใช้เครื่องมือซื้อขายในตลาด Forex การซื้อขาย Forex นั้นนิยมใช้โปรแกรม MetaTrader ซึ่งสามารถทำได้ทุกที่ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ก็ยังมีโปรแกรมช่วยเทรดซึ่งเรียกว่า EA Forex (Expert Advisor) ซึ่งสามารถติดตั้งในโปรแกรม MetaTrader
  7. วิธีการทำกำไรในตลาด หลังจากทราบข้อมูลที่จำเป็นเบื้องต้นแล้ว ต่อมาคือวิธีการเทรดค่าเงินในตลาด Forex ให้ประสบความสำเร็จ โดยการที่เราจะได้กำไรหรือขาดทุนนั้นขึ้นอยู่กับส่วนต่างของค่าสกุลเงิน เราจึงควรศึกษาเรื่องนี้ให้เข้าใจดีด้วยเช่นกัน
  8. ปัจจัยที่ใช้ในการวิเคราะห์ เช่น การวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น นโยบายการเงิน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมไปถึงปัจจัยด้านเทคนิคอย่างการวิเคราะห์ด้วยการคำนวณจากข้อมูลสถิติในอดีตเพื่อประเมินว่าดัชนีราคาจะเป็นไปในทิศทางใด
  9. การบริหารความเสี่ยง ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกธุรกิจ เทรดเดอร์จึงควรตั้งกำแพงให้กับตัวเองว่าต้องการรับมือกับการขาดทุนได้มากน้อยเพียงใดเพื่อเป็นการบริการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้นั่นเอง

บทความ Forex เบื้องต้น

คำศัพท์ Forex ที่ควรรู้

คำศัพท์ถือเป็นสิ่งจำเป็นลำดับต้น ๆ ของการเทรด Forex  เพราะเป็นจุดเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวิธีการทำกำไร คู่สกุลเงิน และการบริหารความเสี่ยง ซึ่งคำศัพท์เหล่านี้จะอยู่ในกระบวนการเทรดทั้งหมดที่เราจำเป็นต้องรู้เพื่อให้เราเข้าใจการซื้อขายได้มากขึ้น

ตัวอย่างคำศัพท์ที่ควรรู้

  1. Lot คือ ชื่อเรียกของขนาดคำสั่งหรือหน่วยลงทุนที่ใช้ในการซื้อขาย ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าแต่ละคำสั่งที่เราใส่ Lot เข้าไปจะมีมูลค่าเท่าไรนั่นเอง
  2. Pip และ Point คือ หน่วยที่ใช้นับการเคลื่อนที่ของราคาคู่สกุลเงิน เช่น ราคามีการขยับไป 10 Pip หรือ 100 Point โดย 1 Pip จะมีค่าเท่ากับ 10 Point และเมื่อราคามีการขยับไปมากยิ่งเท่าไร เมื่อนำไปเทียบกับจำนวน Lot ก็จะมีมูลค่ามาก
  3. Broker คือ ตัวกลางที่ทำหน้าที่รับคำสั่งซื้อขายไปยังตลาดกลาง จดทะเบียนถูกต้องอยู่ที่ต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายไทยรองรับ
  4. Spread, Bid, Ask
    • Spread คือ ค่าธรรมเนียมที่เราต้องเสียให้กับ Broker ซึ่งเกิดจากส่วนต่างที่เกิดขึ้นของราคาซื้อ และขาย
    • Bid คือ ราคาที่โบรกเกอร์ให้เราเมื่อกดคำสั่งขาย หรือ SELL
    • Ask คือ ราคาที่โบรกเกอร์ให้เราเมื่อกดคำสั่งซื้อ หรือ BUY
  5. Support and Resistance
    • Support คือ แนวรับ เมื่อราคากราฟลงไปแล้วมีการดีดกลับขึ้นไป ไม่สามารถผ่านลงมาได้
    • Resistance คือ แนวต้าน เมื่อราคากราฟขึ้นไปไปแล้วมีการดีดกลับลงมา ไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้
  6. Money Management คือ การบริหารพอร์ตและเงินลงทุนให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด เพื่อให้พอร์ตปลอดภัยและทำกำไรได้มากกว่าขาดทุน
  7. Leverage คือ อัตราส่วนที่โบรกเป็นผู้กำหนด เป็นตัวช่วยเพิ่มอำนาจในการซื้อขายและช่วยให้เทรดได้มากยิ่งขึ้น
  8. Indicator คือ ตัวช่วยหรือเครื่องมือในการวิเคราะห์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสัญญาณให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
  9. Take Profit หรือ TP คือ จุดทำกำไรที่เรากำหนดไว้ให้โปรแกรมทำการปิดคำสั่งให้อัตโนมัติ
  10. Stop Loss หรือ SL คือ จุดที่เรากำหนดไว้ เมื่อเกิดการขาดทุนหรือกราฟวิ่งผิดทางแล้วให้โปรแกรมปิดคำสั่งให้อัตโนมัติ

บทความคำศัพท์ Forex

การเลือกโบรกเกอร์ Forex

โบรกเกอร์ Forex เป็นตัวกลางในการรับคำสั่งซื้อขายจากเราแล้วส่งไปยังตลาด ทำให้เรามีอำนาจในการซื้อขายได้มากขึ้น หรือโบรกเกอร์ก็คือตัวแทนที่เป็นบริษัทเอกชนจดทะเบียนถูกต้องโดยเราจะต้องเปิดบัญชีเทรดเพื่อเทรด Forex ผ่านโบรกเกอร์

วิธีเลือกโบรกเกอร์เบื้องต้น

  1. เลือกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาต จดทะเบียนอย่างถูกต้อง
  2. มีการดูแลบริการที่ดี ช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
  3. ฝาก-ถอนเงิน ได้รวดเร็ว
  4. รองรับการทำธุรกรรมทางการเงินได้หลายช่องทาง
  5. รองรับการเทรดหลากหลายรูปแบบ เช่น มีแพลตฟอร์มให้เลือก มีบัญชีเทรดหลายประเภท

บทความโบรกเกอร์ Forex

การใช้งานโปรแกรมเทรด Forex

โปรแกรมเทรด Forex เป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในการซื้อ-ขาย Forex ซึ่งสามารถทำได้ผ่านทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ปัจจุบันนิยมใช้โปรแกรม MetaTrader โดยมีให้เลือก 2 เวอร์ชัน คือ MT4 (MetaTrader 4) และ MT5 (MetaTrader 5) แต่สำหรับมือใหม่จะแนะนำให้ใช้เวอร์ชัน MT4 เนื่องจากโปรแกรมออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน รองรับการทำงานระบบปฏิบัติการในคอมพิวเตอร์ได้ทุกระบบ

วิธีการใช้งานโปรแกรม MT4 เบื้องต้น

  1. ดาวน์โหลดโปรแกรม MT4 จากโบกเกอร์ที่ให้บริการ
  2. ติดตั้งโปรแกรมลงในคอมพิวเตอร์
  3. นำบัญชีเทรดที่เปิดและยืนยันตัวตนเรียบร้อย ล็อกอินเข้าสู่โปรแกรม
  4. เลือกคู่สกุลเงินเพื่อเปิดหน้าต่างกราฟ โดยจับกันเป็นคู่ ๆ
  5. ทำการส่งคำสั่งซื้อขาย Buy เมื่อผลวิเคราะห์ว่าขึ้น Sell เมื่อผลวิเคราะห์ว่าลง ใส่คำสั่งหน่วยลงทุนผ่านหน้าต่าง One Click Trading
  6. ดูข้อมูลการเทรดที่ข้อมูลการเทรดและประวัติการเทรด
  7. เลือกออเดอร์เพื่อปิดคำสั่งซื้อขายตามความต้องการ

บทความโปรแกรมเทรด Forex

การใช้งานระบบช่วยเทรด EA Forex

EA Forex (Expert Advisor) เป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อช่วยให้เทรดเดอร์สามารถทำการซื้อ-ขาย Forex ได้อัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องเฝ้าหน้าจอ มีทั้งแบบฟรีและแบบที่มีค่าใช้จ่ายให้เลือกใช้ ซึ่งระบบจะช่วยสร้างรายได้แบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยลดปัญหาเรื่องการตัดสินใจด้วยอารมณ์และสภาวะจิตใจของผู้เทรด ทั้งเรื่องของความกังวลและความกลัว เนื่องจากโปรแกรมจะเทรดตามระบบที่ตั้งไว้

วิธีการเลือก EA Forex เบื้องต้น  

  1. เลือกโปรแกรม EA Forex ที่เข้ากับสไตล์การเทรดของเรา เช่น เทรดสั้น เทรดยาว
  2. เปรียบเทียบลักษณะข้อดีข้อเสียของแต่ละโปรแกรม
  3. ย้อนดูการแสดงผลกำไรในการเทรดย้อนหลังหรือสอบถามข้อมูลจากผู้ใช้งานจริง

วิธีการติดตั้ง EA Forex ลงบนโปรแกรม MT4

  1. ดาวน์โหลดไฟล์ EA ที่จะติดตั้ง โดยดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือซื้อจากผู้เขียนหรือพัฒนาโปรแกรม
  2. ทำการกระจายไฟล์และ Copy ข้อมูล
  3. จากนั้นเปิดโปรแกรม MT4 (MetaTrader) ไปที่เมนูเลือกคำสั่ง File
  4. เลือกคำสั่ง Open Data Folder > MQL4 > Experts จากนั้นวางไฟล์ที่ Copy ไว้ก่อนหน้านี้มาวางไว้ที่หน้าต่างนี้
  5. หลังจากวางไฟล์แล้ว ไปที่ Menu Navigator
  6. เลื่อนลงมาที่ Expert Advisors คลิกขวา และกด Refresh จะปรากฏชื่อ EA ที่เราติดตั้ง
  7. หลังจากติดตั้งเสร็จให้เปิดใช้งานโดยการลากไปวางที่กราฟได้เลย
  8. เราสามารถทำการสั่งให้ EA ทำงานหรือหยุดทำการได้โดยใช้เมนู Expert Advisors

บทความระบบช่วยเทรด EA Forex

การใช้เครื่องมือ Indicator

Indicator เป็นตัวช่วยหรือเครื่องมือในการวิเคราะห์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีสูตรคำนวณโดยเฉพาะ เพื่อเป็นสัญญาณให้เราตัดสินใจเทรดได้ง่ายขึ้น เช่น ใช้ดูทิศทาง ใช้บอกราคากลับตัวและจุดเข้า

ตัวอย่าง Indicator ที่นิยมใช้

  1. Exponential Moving Average (EMA) เป็นเครื่องมือใช้บอกทิศทางของแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้ม อีกทั้งยังใช้เป็นแนวรับแนวต้านเพื่อหาจุดเข้า
  2. Stochastic Oscillator เป็นเครื่องมือที่ช่วยบอกจุดกลับตัวของราคาและบอกโซนแรงซื้อขาย

บทความเครื่องมือ Indicator

เทคนิควิธีเทรด Forex

การเข้าทำกำไรในตลาด Forex มีเทคนิคหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยความชอบของผู้เทรด เงินทุน รวมถึงลักษณะของชีวิตประจำวันมีเวลาให้กับการเทรดมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากการเทรดก็เปรียบเสมือนเป็นอีกหนึ่งธุรกิจ ต้องใช้เวลาและความทุ่มเทกับมันจึงจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ อันดับแรก เราต้องค้นหากลยุทธ์และเทคนิคที่สามารถทำกำไรให้ได้มากที่สุด เข้ากับนิสัยและเวลาในชีวิตประจำวันของเรา

หลักการเทรด Forex เบื้องต้น

  1. การวิเคราะห์การเข้าเทรดจาก Fundamental Analysis คือ การวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐานครอบคลุมเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การประกาศจากนโยบายฝ่ายการเงิน ขึ้น-ลด อัตราดอกเบี้ย สถานการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจ เป็นต้น
  2. การวิเคราะห์การเข้าเทรดจาก Technical Analysis คือ การวิเคราะห์กราฟจากสถิติในอดีต โดยนำรูปแบบการวิเคราะห์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น วิเคราะห์ทางเทคนิคด้วย Indicator วิเคราะห์กราฟจาก Chart Pattern, Price Action ดูได้จากกรอบราคาแนวรับ-แนวต้าน
  3. การเลือกกรอบเวลาตั้งแต่ระยะสั้นจนไปถึงระยะยาว รูปแบบของกรอบระยะเวลามีความสำคัญ เนื่องจากเราไม่สามารถใช้กลยุทธ์เดียวกันกับทุกกรอบระยะเวลาได้ มีรูปแบบของกรอบระยะเวลาดังนี้
    • Scalping เป็นการเทรดทำกำไรในระยะสั้น เปิด-ปิด ออเดอร์ภายในไม่กี่นาทีเท่านั้น
    • Day Tradingเป็นการเทรดแบบเปิด-ปิด ออเดอร์ภายในวันที่เราเทรด หากข้ามคืนหรือเวลาตี 4 ตามเวลาของประเทศไทย
    • Swing Trading เป็นการเทรดแบบเปิด-ปิดออเดอร์ เป็นเวลาหลาย ๆ วันหรือเป็นสัปดาห์ เก็บกำไรตามกรอบของราคาที่มีช่วงสั้น-ปานกลาง
    • Positional Trading เป็นการเทรดแบบเปิด-ปิดออเดอร์ โดยตั้งเป้าที่จะทำกำไรให้ได้มากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาครั้งใหญ่ มักเป็นการลงทุนในระยะยาว

เมื่อเราทราบลักษณะและรูปแบบการเทรดแล้ว เราก็จะหากลยุทธ์ให้เหมาะสมกับรูปแบบนั้น ๆ หากชอบ แบบ Scalping ใช้ระยะเวลาในการเทรดทำกำไรในช่วงสั้น ๆ ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ รอนาน การวิ่งของราคาจะอยู่ที่ประมาณ 5 – 10 Pip แต่ Lot ใหญ่ ราคาวิ่งไปเพียงไม่กี่ Pip ก็สามารถสร้างกำไรได้

บทความวิธีการเทรด Forex

เทคนิคกราฟ Forex

การเรียนรู้เทคนิคกราฟเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญในการเทรด Forex ซึ่งโดยหลักการแล้วการวิเคราะห์จากกราฟ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ

  1. วิเคราะห์จากกราฟเปล่าโดยใช้ Price Action หรือทฤษฎีแท่งเทียน
    • ตัวแท่งเทียนจะบอกถึงแรงซื้อ แรงขายมีหลายรูปแบบ เช่น Doji, Hammer, Shooting Star, Harami โดยเราจะใช้ดูร่วมกับแนวรับ-แนวต้าน จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ แนวรับ-แนวต้านตามเทรนของกราฟ และอีกแบบคือแนวรับ-แนวต้านตามแนวราบ
    • เราสามารถใช้หาจุดในการเปิดสัญญา Buy หรือ สัญญา Sell ได้เพียงแค่ดูว่าราคาวิ่งเข้าใกล้เส้นแนวรับหรือแนวต้าน ถ้าวิ่งใกล้เส้นแนวรับหรือเส้นที่อยู่ด้านล่าง เราจะ Buy แต่หากราคาถ้าวิ่งใกล้เส้นแนวต้านหรือเส้นที่อยู่ด้านบน
  2. วิเคราะห์กราฟโดยการใช้ Indicator คือ การใช้หลักสถิติทางคณิตศาสตร์โดยคำนวณมาจาก ราคาเปิด ปิด สูง ต่ำ
    • ต้องเข้าใจก่อนว่า Indicator ทุกตัวคำนวณค่าช้ากว่าแท่งราคาจริง และเราควรรู้ก่อนว่า Indicator แต่ละตัวบอกอะไรกับเรา และเราไม่ควรใช้ Indicator ชนิดเดียวกันหลาย ๆ ตัว เพราะอาจทำให้เกิดการสับสน
    • เราควรใช้ Indicator 1 ตัว ต่อ 1 ประเภท เช่น MACD ใช้มองหาเทรน, Stochastic เคลื่อนไหวตาม Momentum ของราคา และจะเกิดขึ้นก่อนการเปลี่ยนทิศทางของราคา คนส่วนใหญ่จึงนิยมนำมาหาระดับ Overbought หรือ Oversold ในการกลับตัวของราคา

บทความเทคนิคกราฟ Forex

คอร์สเรียน Forex

สำหรับผู้ที่สนใจเรียน Forex ในห้องเรียนกับอารจารย์ ทางศูนย์ฝึกอบรมอินดี้ เทรดเดอร์ (Indy Trader) ก็มีคอร์สที่เปิดสอนตั้งแต่หลักสูตรเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานและหลักสูตรมืออาชีพสำหรับผู้ที่ต้องการทำกำไรให้แม่นยำขึ้น ทำให้เป็นเทรดได้อย่างมั่นคงขึ้น โดยมี 2 หลักสูตรดังนี้

  1. หลักสูตรพื้นฐาน TURNPRO COURSE สอนเทรดโดยเริ่มต้นจากศูนย์ ปูพื้นฐานทั้งหมด เน้นเข้าใจง่าย สอนละเอียด เรียนจบแล้วเริ่มต้นทำกำไรได้เลย
  2. หลักสูตรมืออาชีพ SNIPER ADVANCE COURSE เรียนกับโค้ชมาสเตอร์สอนจากประสบการณ์ตรง แนะนำเทคนิคขั้นสูงเฉพาะ รู้ทิศทางมองเห็นเป้าหมายชัดเจน ช่วยให้มั่นใจและทำกำไรได้ดียิ่งขึ้นแบบมืออาชีพ

ช่องการติดต่อ

114,625แฟนคลับชอบ
408ผู้ติดตามติดตาม

บทความล่าสุด